Dashboard ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย?
มันแค่ทำให้เราเห็นร่องรอยของสิ่งที่อาจจะมีปัญหา
ตอนผมทำข้อมูล เปิดโปงปัญหาในบริษัทได้มากๆ
ผมคิดว่างานของผมจบแล้ว
แต่พอเข้าที่ประชุม
ผู้จัดการนั่งดูข้อมูล
เล่าปัญหา
พนักงานตอบ
คุยกันเรื่องแนวทางแก้ปัญหา
ประชุมจบ แยกย้าย
ณ วันนั้นเราก็มองโลกในแง่ดีไปต่างๆ นานา
จนวันที่ยมทูตที่ชื่อ ‘สภาพคล่อง’ มาเคาะประตูบ้าน
ตอนนั้นแหละที่ผมได้รู้ว่า Dashboard มันมอบความชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เราอยากรู้
แต่นั่นไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย
เพราะมันไม่ใช่ทุกครั้งที่การแก้ปัญหาจะเกิดขึ้นเองจากการทราบและบอกต่อ
#มาลองเข้าใจปัญหานี้กัน
เวลาเด็กร้องไห้อยู่
ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราเข้าไปบอกให้เด็กหยุด แล้วเขาจะหยุด
งั้นผู้ใหญ่หลายคนทำยังไงล่ะ?
เขาทำหน้าประหลาดๆ ตลกๆ?
เอาขนมหรือของเล่นมาล่อ?
ฟังดูเป็นปัญหาง่ายๆ แต่ผมสงสัยว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน
ทว่ามันก็มีเหมือนกัน
ผู้ใหญ่ที่พอเด็กไม่หยุดร้องไห้
เราพูดดังขึ้น พูดบ่อยขึ้น
และสิ่งที่ตามมา มันไม่เสมอไปว่าเด็กจะเชื่อฟัง
#จากความเข้าใจนี้
การแก้ปัญหาไม่ได้จบที่การทราบ
มันจะจบได้ก็ต่อเมื่อเราเอาวิธีแก้เข้าไปอาศัยอยู่ในกระบวนการทำงานของคนที่พบปัญหาได้จริงๆ และวัดผล
ถ้าให้เปรียบ
สิ่งที่เราทำคือพูดซ้ำๆ
ไม่ก็เริ่มกดดัน
ยัดเยียดวิธีที่ใช้ได้ผลกับเรา ทั้งๆ ที่อาจจะใช้ไม่ได้ผลกับคนอื่น
เหมือนผู้ใหญ่ที่พูดดังขึ้น พูดบ่อยขึ้นจากตัวอย่างหรือเปล่า?
เราไม่ได้เห็นว่าเขาพบเจอกับอะไร
ความคิดความอ่านต่างกับเรายังไง
วันหนึ่งที่เราเคยอยู่จุดเดียวกับเขา เรารู้สึกยังไง
อันนี้ก็เป็นอีกอย่างที่ต้องฟังถ้าอยากรู้
และเราถึงจะออกแบบทางแก้ที่อาศัยอยู่บนกระบวนการทำงานของบุคคลที่เราสนใจได้จริงๆ
ใครอ่าน Dashboard เดิมๆ ปัญหาเดิมๆ นัดประชุมแก้ปัญหาแล้วปัญหาก็อยู่เหมือนเดิมเหมือน มาแชร์ให้ฟังหน่อยครับ อยากฟัง5555+
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ